เคยเป็นไหมคะ บางช่วงเราก็แค่ต้องการมีเงินพอจ่ายค่าเช่าบ้านกับค่ากิน แต่พอมีเงินเหลือเยอะขึ้น เรากลับเริ่มกังวลเรื่องอื่นแทน เริ่มอยากปกป้องคนที่รัก เริ่มอยากมีชื่อเสียง หรือเริ่มอยากใช้ชีวิตในฝัน
ความรู้สึกเหล่านี้อธิบายได้ด้วยทฤษฎี Maslow’s Hierarchy of Needs (ลำดับขั้นความต้องการของมนุษย์)
ซึ่งถ้าเราเอามาวางทับซ้อนกับ “ปิรามิดการเงิน” เราจะเจอ “แผนที่ชีวิต” ที่ช่วยให้เราวางแผนการเงินได้ถูกจุด โดยไม่ต้องคลำทางเอง

ขั้นที่ 1 อยู่ให้รอด (Physiological Needs)
นี่คือฐานล่างสุดของชีวิตมนุษย์ค่ะ คือเรื่องปากท้อง และปัจจัยสี่ อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย ยารักษาโรค
คือการมีรายได้ที่ครอบคลุมค่าใช้จ่ายรายวัน ถ้าเรายังมีเงินไม่พอจ่ายค่าข้าวหรือค่าเช่าบ้าน ใจเราจะว้าวุ่นมาก
สิ่งที่ต้องทำ คือจัดการสภาพคล่องให้ดีค่ะ ทำยังไงก็ได้ให้รายรับมากกว่ารายจ่าย และเริ่มเก็บ “เงินสำรองฉุกเฉิน” ก้อนเล็กๆ ไว้เผื่อวันไหนเงินขาดมือจะได้ไม่ลำบาก
. . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . .
ขั้นที่ 2 อยู่ให้ปลอดภัย (Safety Needs)
พอเราอิ่มท้องแล้ว ลำดับถัดไปคือความรู้สึก “กลัวความไม่แน่นอน” กลัวเจ็บป่วยแล้วไม่มีเงินรักษา กลัวตกงานแล้วครอบครัวลำบาก
เราทุกคนมีความเสี่ยงที่เราควบคุมไม่ได้อยู่ 2 อย่าง คือ
“ความซวย” (เจ็บป่วยหนัก, อุบัติเหตุ) และ “เงินในกระเป๋าเรา”
วิธีที่ทำเราไม่ต้องเผชิญความเสี่ยงเพียงลำพัง คือการยอมจ่ายเงินก้อนเล็กที่แน่นอนให้กับประกัน เพื่อป้องกันการสูญเสียเงินก้อนใหญ่ที่ไม่แน่นอนในอนาคต
เช่น การมีสวัสดิการสุขภาพดีๆ หรือการมีค่าชดเชยโรคร้ายแรง เพื่อให้มั่นใจว่า ถ้าพายุเข้าชีวิต บ้านทางการเงินของเราจะไม่พังลงมาค่ะ
. . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . .
ขั้นที่ 3 อยู่เพื่อคนที่รัก (Love and Belonging)
มนุษย์เป็นสัตว์สังคม เมื่อเราปลอดภัยแล้ว เราจะเริ่มนึกถึง “คนรอบข้าง” อยากให้ลูกเรียนดีๆ อยากเลี้ยงดูพ่อแม่ให้สบาย
เราจะเริ่มวางแผนเพื่อครอบครัว ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
สิ่งที่ควรทำ คือการสะสมเพื่อเป้าหมายที่ชัดเจน เช่น ทุนการศึกษาลูก หรือเงินกองกลางของบ้าน การเลือกออมในที่ที่ปลอดภัยและมั่นคง
จะช่วยการันตีได้ว่า ไม่ว่าเราจะอยู่หรือไม่ คนที่เรารักจะยังมีเงินก้อนนี้ไว้ใช้แน่นอน
. . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . .
ขั้นที่ 4 อยู่แบบภูมิใจ (Esteem Needs)
พอครอบครัวมั่นคง เราจะเริ่มมองหาความสำเร็จส่วนตัว การได้รับการยอมรับ หรือการมีไลฟ์สไตล์ที่อยากเป็นในยามเกษียณ
ในมุมการเงิน คือการ “ทำให้เงินทำงาน” และการวางแผนเกษียณสำราญค่ะ
สิ่งที่ควรทำ เริ่มลงทุนให้เงินงอกเงยค่ะ เพื่อให้เรามีอิสระในการใช้ชีวิตแบบที่ต้องการ มีเงินใช้หลังเกษียณแบบไม่ต้องรบกวนลูกหลาน ชั้นนี้จะทำให้เรามีความภูมิใจในตัวเองที่จัดการชีวิตได้อย่างยอดเยี่ยมค่ะ
. . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . .
ขั้นที่ 5 อยู่เพื่อเป็นตำนาน (Self-Actualization)
ยอดสูงสุดของปิรามิด คือการได้เป็นในสิ่งที่อยากเป็นจริงๆ การส่งต่อคุณค่า หรือการทำประโยชน์เพื่อสังคมโดยไม่ต้องกังวลเรื่องเงินอีกต่อไป
ในมุมการเงิน คือการวางแผน “มรดก” ส่งต่อความมั่นคงและมั่งคั่งให้ลูกหลาน ทายาท และการให้ผู้อื่น
สิ่งที่ควรทำ เมื่อเรามีเหลือเฟือแล้ว เราจะเริ่มคิดว่าจะส่งต่อความมั่งคั่งนี้ยังไงให้เกิดประโยชน์สูงสุดเพื่อให้ชื่อและความปรารถนาดีของเรายังคงอยู่ตลอดไป แม้ในวันที่เราไม่ได้อยู่บนโลกนี้แล้วค่ะ
ใส่ความเห็น